โรค Office syndrome สำคัญอย่างไรในชีวิต

ออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) เป็นอาการชนิดหนึ่งที่ไม่ได้มีมาตามพันธุกรรม หรือการติดเชื้อไวรัสแต่อย่างไร แต่เป็นอาการของโรคที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่ทำงานประจำ โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ โน้ตบุค สมาร์ทโฟน หรือแม้กระทั้งวัยรุ่นหรือคนที่เล่นมือถือเป็นเวลานาน ๆ แน่นอนว่าตอนนี้อาการหรือโรคออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) กำลังระบาดในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยส่งผลต่อสุขภาพของประชาชนที่ทำงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีเหล่านี้โดยตรง ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติไปหมด

ออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) กับอาการที่เกิดขึ้น
หลายคงคนสงสัยว่าโรคนี้มีอาการแบบใด แล้วเรารู้ด้วยตัวเองอย่างไร ตอบได้เลยว่าโรคนี้มีอาการที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล โดยประสบการณ์ตรงที่ได้ปรึกษาคุณหมอกับอาการที่เป็นอยู่ปัจจุบันแต่ไม่รู้ตัวว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร คุณหมออธิบายว่าเป็นอาการของออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome) โดยคุณหมอ อธิบายว่าร่างกายของเราสั่งการด้วยเคมีไฟฟ้า ทำให้ร่างกายของเราสามารถทำงานอย่างเป็นระบบได้ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมีคนหยุดหายใจ คุณหมอก็เอาสายอะไรมากมายมาติดไวที่ตัวเราแล้วก็ปล่อยไฟฟ้ากระตุ้นการทำงานของหัวใจ ทำให้หัวใจเรากลับมาเต้นอีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าร่างกายของเราตอบสนองต่อไฟฟ้าได้ และเมื่อเราทำงานหน้าจอคอมหรือมือถือนานๆเกิน 1 ชั่วโมง โดยไม่ออกห่างจากหน้าจอคอมหรือมือถือเลย ร่างกายเราก็จะตอบสนองต่อไฟฟ้าที่อยู่นอร่างกายในเวลาเดียวกันก็ต้องทำงานให้สัมพันธ์กับเคมีไฟฟ้าที่สั่งการในร่างกายด้วย ทำห่างกายเกิดความเครียด ย้ำอีกครั้ง ร่างกายเกิดความเครียด ทำให้ร่างกายทำงานไม่ปกติ โดยจะแสดงอาการออกมา คือ การหายใจไม่อิ่ม หรือรู้สึกใจจะขาดตลอดเวลา อาการสมองเบลอ ตาเริ่มมองอะไรไกลๆไม่ชัดเจน หรืออาการเครียดที่เกิดขึ้นง่าย ๆ

บุคคลที่เสี่ยงต่อโรค ออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome)
บุคคลที่เสี่ยงต่อโรคนี้ หนีไม่พ้นพนักงานออฟฟิศ ที่ต้องทำงานกับหน้าจอเป็นเวลานาน ข้าราชการ แม่ค้าที่ทำตลาดออนไลน์ ต้องคอยตอบคำถามลูกค้าทั่วทกมุมโลก นักเรียน นักศึกษา ที่อยู่กับมือถือเป็นเวลาเกินครั้งละ 1 ชั่วโมง และที่หน้าเป็นห่วงสุด คือเด็กตัวเล็กๆ ที่ผู้ปกครองมักหยัดมือถือใส่มือให้ เพราะไม่อยากให้ลูกงอแงหรืออยากให้ลูกได้รับรู้สิ่งใหม่ ๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา

วิธีแก้โรคออฟฟิศ ซินโดรม (office syndrome)
โรคนี้ไม่รุนแรงถึงขั้นคุณต้องกินยา เพียงปฏิบัติได้ตามนี้
1. ใช้งานคอมพิวเตอร์ ครั้งหละไม่เกิน 45 นาที แล้วหยุดพักครั้งละ 15-20 นาที
2. ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-4วัน วันละ 30นาที
เพียงเท่านี้โรคนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เสียเวลาเพียงวันละ ไม่กี่นาที เพื่อยืดอายุออกไปอีกหลายสิบปี ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับกำไร เป็นอย่างยิ่ง

 

บทความโดย artrefinance.com