เรื่องสยอง

เป็นที่เรื่องลือและขึ้นชื่อระดับประเทศเลยนากับ เรื่องลิฟต์ที่มหาลัย… (มาหาอะไรไม่บอก ใครเรียนที่นั่นเป็นรู้เอง) เพราะตำนานมันดังมากมายขนาดคนไม่ได้เรียนที่มหาลัยนั้นก็ยังรู้ (อ้าว!! งั้นก็บอกไปเลยสิฟะว่าธรรมศาสตร์!!)

คือไม่ใช่อะไร เรามีเพื่อนที่เรียนอยู่มหาลัยนั้น (ตอนนี้เรียนจบไปมีลูกแล้ว กิ๊วๆ) เขาเล่าให้ฟังว่าในช่วง 14 หรือ 16 ตุลาก็ม่ายรุ๊ จำไม่ได้ มีพวกนักศึกษาหนีกระสุนเข้าไปหลบอยู่ในลิฟต์ตัวนั้น (แต่ก่อนยังไม่เป็นลิฟต์แดงเลย) พอพวกทหาร… (ทหาร=สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อเป็นศัตรูกับประชาธิปไตยโดยเฉพาะ) ตามไปเจอก็เลยสาดกระสุนใส่ ตายคาลิฟต์ (โหดจัง) เลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่วลิฟต์ ลบล้างเท่าไหร่ก็ไม่มีวันเลือนหาย ต่อมาจึงได้เอาสีแดงมาทาทับรอยเลือดที่ขัดล้างไม่ออก ก่อเกิดเป็นเรื่องเล่าตำนานของ ‘ลิฟต์แดง’ ที่เฮี้ยนเลื่องลือขึ้นชื่อไปถึงทุกมหาลัย

คุณเพื่อนเล่าให้คุณเราฟังว่า เขาเล่ากันมาว่า (ตกลงมันเล่ากันมากี่ต่อแล้วเนี่ย-_-) มีอาจารย์ผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นลิฟต์ตัวนี้ไปคนเดียว ทีนี้ในลิฟต์ก็มีกระจกอยู่ด้วย เพราะความสวยหรือความซวยก็ไม่อาจทราบได้ อาจารย์คนนั้นหันไปส่องกระจกแล้วหวีผม อาจารย์เธอผมสั้น แบบว่าผมบ๊อบ แต่ขณะที่หวีอยู่ดีๆ ไปไงมาไงไม่รู้ ระดับความยาวของผมในกระจกก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้น แล้วจากนั้นหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นหน้าคนอื่น (อ๊ากกกก!! จูออน หลอนสุดๆ!!)
อย่าถามว่าต่อไปเป็นยังไง เพราะไม่ทราบ รู้แต่ว่าเธอกรี๊ดแตกจนเสียสติเลยล่ะ แต่เนื่องจากฟังชาวบ้านเขาเล่าลือมาจึงมิได้ทราบรายละเอียดมาก

ทว่า… ที่จะเล่าไม่ได้ก็ตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ แต่จะเล่าเรื่องของคุณเพื่อนที่เกี่ยวกับลิฟต์แดงตัวนี้ ซึ่งเหตุการณ์ที่จะเล่านั้นถือได้ว่าเป็นประสบการณ์ตรงที่เพื่อนเราเจอมาเองกับตัวเลย เกี่ยวกับเจ้าลิฟต์แดงตัวนี้ ไม่ใช่เล่าต่อๆๆๆๆ มาเป็นทอดๆๆๆๆๆ จนหาต้นสายปลายเหตุมิได้อย่างเรื่องข้างต้น

คุณเพื่อนให้ปากคำเกี่ยวกับเรื่องราวของลิฟต์แดงที่ประสบมาตัวว่า… มีอยู่วันหนึ่ง คุณเพื่อนเราต้องไปเรียนที่ตึกเรียนอันเป็นที่ตั้งของลิฟท์แดงตัวนี้ แต่ไม่ใช้ลิฟต์ ขึ้นลงบันไดเอา (กลัวลิฟต์แดงล่ะสิท่า กิ๊ว กิ๊ว ^.^) ทีนี้พอเรียนเสร็จ ก็เดินคุยกับเพื่อนถึงเรื่องลิฟต์แดงที่ลือกัน แล้วก็เดินลงบันไดมาเรื่อยๆ พอเดินลงมาจนถึงชั้นหนึ่ง ทันใดนั้น!!

เพื่อนเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นชะงัก เข่าอ่อนจนเกือบจนตกบันได เพราะประตูลิฟต์แดงอยู่ๆ ก็โผล่มาปรากฏให้เห็นเป็นตระหง่านอยู่ตรงบันไดทางที่คุณเพื่อนเดินลงมาอย่างไม่น่าเป็นไปได้
ในขณะที่กำลังคุยถึงตำนานอาถรรพณ์ของลิฟต์แดง ประตุของลิฟต์ก็กลับมาปรากฎอยู่ต่อหน้าเช่นนี้… เพื่อนเราก็ใจหายวูบ เข่าอ่อนลงไปกองอยู่กับพื้น…

“เกิดอะไรขึ้น!!”

ข้าพเจ้าที่กำลังฟังอยู่ถามเร่งด้วยความตื่นเต้น และลุ้นสุดตัว คุณเพื่อนหันมามองหน้าเราด้วยแววตาจริงจังและใบหน้าขึงขัง พร้อมกับคำตอบที่แทบจะในทันทีว่า…

“ก็เขาถอดประตูลิฟต์ออกมา ซ่อมน่ะสิวะ!!”
ก็นั่นแหล่ะ ลิฟต์มันเก่ามากแล้วนี่น่า พอเกิดเสียหายเขาก็ต้องซ่อมเป็นธรรมดา แล้วก็ด๊าน… เอาประตูลิฟต์มาวางไว้ตรงบันไดให้เพื่อนเราตกใจเล่นซะอย่างนั้นเลยนะคะคุณช่าง!!
เลยพาลจะหัวใจ Y เอาได้ซะงั้น ~_^’

cr.renrengang.com

เรื่องสยอง
0018 เรื่องผี: เสียงหัวเราะยามวิกาล

ยังจำเรื่อง มันอยู่ในต้นพลับพลึง ได้รึเปล่าคะ ตอนนั้นที่เล่าถึงตอนที่ได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะ (เสียงไอ้ข้างบ้านถอยรถ) แล้วเรา่กับน้องต่างนั่ง มองหน้ากันนั่นอ่ะ >มันเป็นของจริงค่ะ!!

เรื่องสยอง
010 เรื่องเล่าสยอง เงาดำปริศนา ผีพุ่งปริศนา

วันก่อนคุยเรื่องผีถึงคุณผีเงาดำปริศนาแล้ว ก็ยังมีเรื่องของพี่ผีเงาดำปริศนามาฝากกันอีกค่ะ อิ อิ (ความจริงเรื่อง ผีตู้เย็น ที่เคยเล่าไปก็ฝีมือพี่เค้าเหมือนกันล่ะ 555+) แต่วันนี้เล่าสั้นๆ นิดๆ หน่อยๆ ก็แล้วกันเน๊าะ และเนื่องจากมันสั้นมาก โปรดใช้สติในการอ่านด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นกระพริบตาทีเดียวก็อาจจะจบเรื่องได้เลยล่ะ 55555 กลับไปที่บ้านหลังเก่าซึ่งเป็นป่าช้าเก่าอีกดีกว่า (บ้านหลังนี้ผีเยอะดี 555555) เล่าประสบการณ์ของพี่สาวคนโต… คนเดียว กับ ปธน. Ren Ren Gang อ่านะ ก็เป็นเรื่องสมัยที่คุณพี่สาวยังเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น เวลาเกิดเหตุก็ปาเข้าไปประมาณตีหนึ่งตีสอง (พี่น้อง ดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอนพอกัน) ตอนนั้นคุณพี่มีสำนึกดีของความเป็นนักเรียน อ่านหนังสือถึงดึกถึงดื่นอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว และแล้วเหตุการณ์ก็เริ่มต้นขึ้น……. ………ใส่เอฟเฟคเสียงสยองด้วย คุ คุ คุ ……………………………. ก็คือระหว่างที่คุณพี่สาวกำลังนั่งอ่านหนังสือนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าคนแรงๆ วิ่งขึ้นบันไดมา ไอ้คุณพี่สาวตกใจรีบหันไปมองทางประตู (ที่ตอนนี้ปิดประตูไม้ชั้นนอกเอาไว้แล้วด้วย) ว่ามีใครขึ้นมาหรือเปล่า (

เรื่องสยอง
009 เรื่องเล่าสยอง ผีในห้องน้ำหญิง

ความจริงแล้วเป็นเรื่องผีในโรงเรียนเพราะเหตุมันเกิดในห้องน้ำหญิงของโรงเรียนที่เราเคยเรียนตอน ม.ต้น… ม.1 เองอ่ะ อิ อิ (อยากบอกว่าห้องเรียนดันอยู่หน้าห้องน้ำซะงั้น บรรยากาศดีสุดๆ ) เรื่องนี้เหตุเกิดที่ห้องน้ำหญิงอันทรุดโทรมสุดๆ แถมโสโครกชนิดไม่ทราบว่ากระทรวงศึกษาปล่อยผ่านเอาไว้ได้ยังไง เนื่องจากมีผลต่อคุณภาพชีวิตนักเรียนมาก ชนิดที่ผู้เข้าจำต้องเลือกว่าระหว่างนิ่วกับเอดส์จะเลือกโรคอะไรกับห้องน้ำของโรงเรียนนั้น ส่วนเราเลือกแล้วค่ะ เพราะเรียนอยู่ที่นั่นเลยต้องเลือกแล้วว่าเป็นนิ่วท่าจะดีกว่าเป็นเอดส์ แต่ก็เลือกอีกว่าเป็นเอดส์ท่าจะดีกว่าขายหน้าเพื่อนๆ ในห้องเรียน เลยต้องจำใจไปเข้าห้องน้ำที่นั่น (อย่างเลี่ยงไม่ได้) ลักษณะของห้องน้ำที่นั่นก็ตามแบบฉบับทั่วๆ ไป คือจะมีอยู่หลายๆ ห้องเรียงติดกัน ประตูห้องน้ำเป็นประตูไม้ ด้านบนสุดเปิดโล่งไว้สักประมาณหนึ่งไม้บรรทัดได้ ไว้สำหรับเป็นส่วนระบายอากาศ ตอนนั้นเราเรียนๆ อยู่แล้วมันเกิดแบบว่า… เวลาคนเรามันจะปวดมันก็ไม่เลือกเวร่ำเวลาหรอกใช่ม๊า ถึงจะเรียนอยู่ก็ปวดได้ เลยขออนุญาตอาจาีรย์ไปเข้าห้องน้ำอาจารย์ก็ปล่อยเราไปแค่คนเดียว ก็ไม่อะไร เดินไปเข้าห้องน้ำ ไม่ได้เดินไปป่าช้า ไม่มีปัญหาอยู่แ้ล้ว ห้องน้ำอย่างที่บอก อยู่ใกล้กับห้องเรียนเรามาก แต่ทางเข้าห้องน้ำอ่ะ…. มันก็ไกลอยู่ เพราะมันเป็นห้องที่สร้างเรียงติดกันเป็นแนวลึกแล้วมีทางเข้าแค่ทางเดียว เนื่องจากว่าเด็จแม่เราอ่ะ คิดผิด ส่งเรามาเรียนโรงเรียนนี้เลยไม่มีทางเลือก แม้ทางเข้าจะไกล้ก็ต้องเดินไป ตอนที่เดินไปเข้าห้องน้ำก็แรดอีก… ห้องต้นๆ ตื้นๆ ก็ไม่เข้า เนื่องด้วยสุขลักษณะมันเป็นอย่างที่อธิบายไปอ่ะนะ เราก็เลยเลือกเดินไปห้องที่ลึกที่สุดเพราะน่าจะสะอาดที่สุด …