เรื่องสยอง

ความจริงแล้วเป็นเรื่องผีในโรงเรียนเพราะเหตุมันเกิดในห้องน้ำหญิงของโรงเรียนที่เราเคยเรียนตอน ม.ต้น… ม.1 เองอ่ะ อิ อิ (อยากบอกว่าห้องเรียนดันอยู่หน้าห้องน้ำซะงั้น บรรยากาศดีสุดๆ )

เรื่องนี้เหตุเกิดที่ห้องน้ำหญิงอันทรุดโทรมสุดๆ แถมโสโครกชนิดไม่ทราบว่ากระทรวงศึกษาปล่อยผ่านเอาไว้ได้ยังไง เนื่องจากมีผลต่อคุณภาพชีวิตนักเรียนมาก ชนิดที่ผู้เข้าจำต้องเลือกว่าระหว่างนิ่วกับเอดส์จะเลือกโรคอะไรกับห้องน้ำของโรงเรียนนั้น
ส่วนเราเลือกแล้วค่ะ เพราะเรียนอยู่ที่นั่นเลยต้องเลือกแล้วว่าเป็นนิ่วท่าจะดีกว่าเป็นเอดส์ แต่ก็เลือกอีกว่าเป็นเอดส์ท่าจะดีกว่าขายหน้าเพื่อนๆ ในห้องเรียน เลยต้องจำใจไปเข้าห้องน้ำที่นั่น (อย่างเลี่ยงไม่ได้)

ลักษณะของห้องน้ำที่นั่นก็ตามแบบฉบับทั่วๆ ไป คือจะมีอยู่หลายๆ ห้องเรียงติดกัน ประตูห้องน้ำเป็นประตูไม้ ด้านบนสุดเปิดโล่งไว้สักประมาณหนึ่งไม้บรรทัดได้ ไว้สำหรับเป็นส่วนระบายอากาศ

ตอนนั้นเราเรียนๆ อยู่แล้วมันเกิดแบบว่า… เวลาคนเรามันจะปวดมันก็ไม่เลือกเวร่ำเวลาหรอกใช่ม๊า ถึงจะเรียนอยู่ก็ปวดได้ เลยขออนุญาตอาจาีรย์ไปเข้าห้องน้ำอาจารย์ก็ปล่อยเราไปแค่คนเดียว ก็ไม่อะไร เดินไปเข้าห้องน้ำ ไม่ได้เดินไปป่าช้า ไม่มีปัญหาอยู่แ้ล้ว

ห้องน้ำอย่างที่บอก อยู่ใกล้กับห้องเรียนเรามาก แต่ทางเข้าห้องน้ำอ่ะ…. มันก็ไกลอยู่ เพราะมันเป็นห้องที่สร้างเรียงติดกันเป็นแนวลึกแล้วมีทางเข้าแค่ทางเดียว เนื่องจากว่าเด็จแม่เราอ่ะ คิดผิด ส่งเรามาเรียนโรงเรียนนี้เลยไม่มีทางเลือก แม้ทางเข้าจะไกล้ก็ต้องเดินไป

ตอนที่เดินไปเข้าห้องน้ำก็แรดอีก… ห้องต้นๆ ตื้นๆ ก็ไม่เข้า เนื่องด้วยสุขลักษณะมันเป็นอย่างที่อธิบายไปอ่ะนะ เราก็เลยเลือกเดินไปห้องที่ลึกที่สุดเพราะน่าจะสะอาดที่สุด

ตอนนั้นเป็นเวลาระหว่างชั่วโมงเรียน เลยแทบไม่มีคนอื่นอยู่ในห้องน้ำ… จริงก็คือมันไม่มีเลยล่ะ มีแต่เราที่ขี้เกียจหาเรื่องโดดออกมาซะงั้น (อ้าว? ความจริงปรากฏ 55555) เราก็เดินอยู่คนเดียวในทางยาวๆ นั่นแหล่ะ ผ่านห้องน้ำห้องแรกไป… ผ่านห้องที่ 2…. ผ่านห้องที่ 3….. (มันมีกี่ห้องฟะเนี่ย!! จำไม่ได้แฮะ) มันไม่มีคนอยู่ในห้องน้ำเลยสักห้องนะ เราก็เดินไปเรื่อยจนผ่านที่หน้าห้องน้ำห้องหนึ่ง เป็นห้องที่ลึกอยู่ล่ะ แต่ไม่ได้ลึกสุดทาง ตอนที่ผ่านห้องนั้นสายตาเจ้่ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็น….

อย่างที่บอกว่าประตูห้องน้ำมันจะมีช่องอยู่ข้างบนประตูใช่ไหม… ก็นั่นแหล่ะ ตอนที่เราเดินผ่านหน้าห้องน้ำห้องนั้นตามันคงหาเรื่องอ่ะ ดันเหลือบมองไปที่ช่องบนประตูนั่น (ได้ยังไงก็ไม่รู้) แล้วเห็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่งโผล่หน้ามองเราออกมาจากขอบหน้าต่างทางด้านบน

เห็นชัดเจน…คมชัดยิ่งกว่าคมชัดลึกอีกคับทั่น

ตอนนั้นมองปร๊าดเดียวก็รู้เลยว่าเป็นเด็กผู้หญิง (ก็มันห้องน้ำหญิงนี่หว่า ต้องเด็กผู้หญิงอ่ะเด้) หรือต่อให้มองหลายปร๊าดก็ยังเห็นเป็นเด็กผู้หญิงอีกอยู่ดี คือตอนนั้นไม่ใช่แค่เห็นธรรมดาๆ นะ เพราะทางนั้นลักษณะเหมือนปีนอะไรสักอย่างให้หน้าโผล่พ้นขอบประตูแล้วเหลือบตามามองคนที่เดินอยู่ข้างนอก เพราะงั้นตอนที่เราเหลือบตามองไปก็กลายเป็นว่าสบสายตากันปิ๊งๆ กับหนูน้อยฮานาโกะคนนั้นทันควัน

แล้วก็นั่นแหล่ะ…. พอสบตากันก็รู้สึกว่ามันแหม่งๆ ว่ะ แหม่งนะ… เพราะที่เห็นนี่คือตาของฮานาโกะจังอ่ะ นัยน์ตางี้แดงเถือกเหมือนคุณผีที่บ้านพิชัยที่เราเคยเห็นตอนเด็กๆ เด๊ะเลย (ที่เล่าไว้ในเรื่องผู้หญิงนอกหน้าต่างอ่ะ)

แต่นะ… ความซื่อบื้อของบุคคลมักไม่เคยเลือกเวลาและสถานที่ เวลานั้นแม้จะรู้ว่าฮานาโกะจังที่กำลังสบตากับเราตาแดงเถือกเหมือนผีผู้หญิงที่เคยเห็นตอนเด็กๆ เลย แต่ตอนนั้นดันรับรู้ได้แค่ว่า เออแฮะ ตาแดงเถือกเลย

จบข่าว………

ก็ตาแดงไง ไม่มีอะไร คนเป็นโรคตาแดงตาก็แดงได้ ไม่เห็นแปลก ว่าแล้วก็เดินต่อไปจะเข้่าห้องน้ำห้องในสุดโดยไม่สนใจฮานาโกะจัง แต่แล้ว….

พอๆ กับความซื่อบื้อที่ไม่เคยเลือกเวลาและสถานที่ ต่อมความรู้สึกช้าของคนก็ทำงานไม่เคยเลือกสถานการณ์เช่นเดียวกัน
ก็คือระหว่างที่เดินคล้อยหลังฮานาโกะจังไป (ประมาณสามเก้ามั้ง) ความรู้สึกเอะใจก็เพิ่งจะตามมา อยู่้ๆ ก็ฉุกใจนึกขึ้นได้ว่าเด็กผู้หญิงที่เห็นนั้นนัยน์ตาแดงเถือกเลย แปลกแฮะ คนอะไรลูกกะตาดำเป็นสีแดง อย่างนี้ก็ต้องเรียกว่าลูกตาแดงสิไม่ใช่ลูกตาดำ (ยุคนั้นคอนเทคเสนส์สีแดงยังไม่มีขายเลยด้วย) แต่ยังไงก็เถอะ ตาดำเป็นสีแดงขนาดนั้นมันไม่ธรรมดาปกติมนุษย์แล้วนา (ประมาณว่าไม่น่าจะเป็นมนุษย์อ่ะ) แล้วแถม…!!

ทำไมตูถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวฟะเด็กเห็นนั่นนะ เราเห็นเค้าแค่ผ่านทางช่องว่างด้านบนของขอบประตูเองนะ แต่ไหง… อยากจะบอกว่าตอนที่เห็นนั่นนะ ดันรู้ขึ้นมาทันที่ปานประหนึ่งว่าเห็นได้ทั้งหน้า see ได้ทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างงั้นแหล่ะว่า ฮานาโกะจังอยู่ประมาณ ป.2-3 (โรงเรียนมีตั้งแต่อนุบาลถึง ม.ต้น) แถมยิ่งแปลกยกกำลังสอง เพราะดันรู้ด้วยสิว่าฮานาโกะจังผมสั้นแค่ติ่งหู… ไว้ผมแบบผมทรงนักเรียนหญิง…

เฮ้ย!! ไอ้ขอบประตูที่หน้าตาแดงๆ โผล่มานั่นน่ะ ความจริงแล้วช่องมันไม่ได้กว้างมาก โผล่มาให้เห็นได้แค่ช่วงตาเท่านั้นจริงๆ ไม่ใช่เหรอ แล้วเราดันไปรู้ได้ยังง๊ายยยยยว่าเค้าอยู่ ป.2-3 ผมสั้นแค่ติ่งหูนั่นนะ มันมองไม่เห็นระดับความยาวของผมเส้นสักกะหน่อย ขนาดนี้แล้วไม่แปลกก็เกินไปล่ะ แถมน้า…

เพดานด้านบนของห้องน้ำนั่นน่ะ… มันสูงซู้งสูง แล้วเด็กตัวแค่นั้นจะปีนขึ้นไปหาพระแสงอะไรเล่า!!

คิดได้เช่นนั้น เรนก็หยุดสองเท้าของตัวเองนิ่ง หันกลับไปมอง ปรากฏว่า…

มีเพียงสายลมและความว่างเปล่า…

คือเหนือประตูห้องน้ำทีั่้มีหน้ามาโผล่มองนั่นน่ะ ไม่เห็นมีอะไรเลย ฮานาโกะจังหายไปแล้ว แต่เอ…จะว่าออกจากห้องน้ำไปแล้วก็เป็นไปไม่ได้แน่ๆ เพราะเราไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูเลยนี่น่า คือประตูห้องน้ำสามพันปีของโรงเรียนนี้อ่ะ เสียงเปิดปิดประตูนี่ดังมากเลย (สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเขาคงไม่มีงบซื้อน้ำมันจักรไว้หยอดบานพับ) ทั้งยังมองไม่เห็นหลังลิบๆ ของคุณน้องเธอเลยด้วย (ห้องมันก็ลึกอยู่นา ถ้าออกไปแล้วต้องเดินนานอยู่เหมือนกัน) นอกจากนั้นประตูห้องน้ำยังปิดสนิทอยู่เหมือนเดิมด้วย งงเน๊าะ

แหม… ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ท้ายที่สุดเก็บความอยากรู้อยากเห็นไว้ไม่ได้ เลยไปยืนรอดูอยู่ที่หน้าประตูมันซะเลยว่าจะมีใครหน้าแปลกออกหรือเปล่า แต่ก็…

รอดูอยู่ตั้งนานน๊านปรากฎว่าไม่มีใครออกมาเลยสักคน (หาเรื่องถ่วงเวลาเข้าห้องเรียนเป็นงานถนัดของเรา 5555)

ฮะแหม อย่างนี้ยิ่งสงสัยหนักขึ้น เอาเว้ย!! เพื่อความเคลียร์!! สุดท้ายเลยตัดสินใจเดินไปผลักประตูพิสูจน์ดูให้รู้แน่ไปเลยว่าประตูล็อคอยู่หรือไม่ มีคนอยู่หรือเปล่า และทันทีที่เอามือไปผลักบานประตู…..!!

แอ๊ด………………………………………… (เสียงประตูเปิด)

ประตูบานนั้นเปิดว่าง………..โล่ง………………….. โจ่ง………………….

ในห้องน้ำไม่มีใครหรืออะไรอยู่เลยสักกะตัว ถ้าอย่างนั้นแล้ว… ฮานาโกะจังล่ะ!!?

ไอ้น้องผู้หญิงตาแดงๆ ที่เราเห็นเมื่อกี้ก็…

cr.renrengang.com

เรื่องสยอง
0018 เรื่องผี: เสียงหัวเราะยามวิกาล

ยังจำเรื่อง มันอยู่ในต้นพลับพลึง ได้รึเปล่าคะ ตอนนั้นที่เล่าถึงตอนที่ได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะ (เสียงไอ้ข้างบ้านถอยรถ) แล้วเรา่กับน้องต่างนั่ง มองหน้ากันนั่นอ่ะ >มันเป็นของจริงค่ะ!!

เรื่องสยอง
010 เรื่องเล่าสยอง เงาดำปริศนา ผีพุ่งปริศนา

วันก่อนคุยเรื่องผีถึงคุณผีเงาดำปริศนาแล้ว ก็ยังมีเรื่องของพี่ผีเงาดำปริศนามาฝากกันอีกค่ะ อิ อิ (ความจริงเรื่อง ผีตู้เย็น ที่เคยเล่าไปก็ฝีมือพี่เค้าเหมือนกันล่ะ 555+) แต่วันนี้เล่าสั้นๆ นิดๆ หน่อยๆ ก็แล้วกันเน๊าะ และเนื่องจากมันสั้นมาก โปรดใช้สติในการอ่านด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นกระพริบตาทีเดียวก็อาจจะจบเรื่องได้เลยล่ะ 55555 กลับไปที่บ้านหลังเก่าซึ่งเป็นป่าช้าเก่าอีกดีกว่า (บ้านหลังนี้ผีเยอะดี 555555) เล่าประสบการณ์ของพี่สาวคนโต… คนเดียว กับ ปธน. Ren Ren Gang อ่านะ ก็เป็นเรื่องสมัยที่คุณพี่สาวยังเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น เวลาเกิดเหตุก็ปาเข้าไปประมาณตีหนึ่งตีสอง (พี่น้อง ดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอนพอกัน) ตอนนั้นคุณพี่มีสำนึกดีของความเป็นนักเรียน อ่านหนังสือถึงดึกถึงดื่นอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว และแล้วเหตุการณ์ก็เริ่มต้นขึ้น……. ………ใส่เอฟเฟคเสียงสยองด้วย คุ คุ คุ ……………………………. ก็คือระหว่างที่คุณพี่สาวกำลังนั่งอ่านหนังสือนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าคนแรงๆ วิ่งขึ้นบันไดมา ไอ้คุณพี่สาวตกใจรีบหันไปมองทางประตู (ที่ตอนนี้ปิดประตูไม้ชั้นนอกเอาไว้แล้วด้วย) ว่ามีใครขึ้นมาหรือเปล่า (

เรื่องสยอง
008 เรื่องเล่าผี ผู้หญิงกับเสื้อแดง

เป็นเรื่องจริง ที่ส่งเข้ามาจากคุณหม่อม คุณหม่อมเป็นคนไทย ที่ไปเรียนต่อที่เฉิงตู (成都) ประเทศจีน อยู่ที่นั่นมาปีกว่าได้แล้ว คุณหม่อมเล่าว่า.. เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง ผมไปหารุ่นพี่คนจีนที่หอ ซึ่งตอนนั้นพวกเขา กำลังปิดไฟนั่งเล่าเรื่องผีกันอยู่เลย ผมก็เข้าไปฟัง แต่ฟังไม่ออกหมดหรอกนะครับ แต่พอจับใจความได้รู้เรื่องอยู่.. เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้หญิงคนนึงชื่อ ซู ซึ่งเป็นเพื่อนห่างๆ ของรุ่นพี่คนจีนที่เล่า ซูพักอยู่ที่หอพักแห่งหนื่ง เป็นตึก 30 ชั้น ทุกๆ ห้องจะมีราวตากผ้า ยื่นออกไปที่ระเบียง และจะมีตาข่ายกั้นเตี้ยๆ กันผ้าหล่น.. วันหนึ่งมีพายุเข้า ลมแรง และเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนออกไปเรียน แล้วทุกห้องก็มักจะตากผ้าทิ้งไว้ ลมก็พัดเอาเสื้อ จากห้องไหนก็ไม่รู้ ลงมาตกที่ระเบียงห้องของซู พอเลิกเรียนกลับมา ซูก็มาเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ และก็มาเจอเสื้อผู้หญิงสีแดงตัวหนึ่ง ตกอยู่ที่พื้น ซูซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปตามคืนเจ้าของที่ไหนได้ และอีกใจ ก็รู้สึกถูกใจเสื้อสีแดงตัวนี้ เลยเก็บไว้เอง เข้าตู้เสื้อผ้าไป.. จนเวลาผ่านไปกว่า 2 อาทิตย์ ช่วงนั้นเป็นช่วงตรุษจีน คนในหอพักส่วนมากก็กลับบ้านกันหมด …