เรื่องสยอง

ยังจำเรื่อง มันอยู่ในต้นพลับพลึง ได้รึเปล่าคะ ตอนนั้นที่เล่าถึงตอนที่ได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะ (เสียงไอ้ข้างบ้านถอยรถ) แล้วเรา่กับน้องต่างนั่ง มองหน้ากันนั่นอ่ะ <<< มาเฉลยเอาวันนี้ว่าความจริงแล้วที่นิ่งตอนได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะอ่ะ เป็นเพราะว่าก่อนหน้านั้น (สักประมาณเกือบๆ เดือน) ที่บ้านเราเกิดมีคดีว่ามีคนได้ยินเสียงผู้หญิงหัวเราะมาแล้วจริง แล้วแบบว่า… >>>มันเป็นของจริงค่ะ!!<<< ไม่ใช่เสียงสัญญาณถอยรถ แต่เป็นความสยองขวัญของจริง เพราะงั้นแหล่ะ ตอนที่เราไดเ้ยินเสียงถอยรถเป็นเสียงผู้หญิงหัวเราะเราถึงได้อึ้งไง เพราะงั้นเรื่องผีวันนี้ก็ขอเล่าถึงเรื่องนี้มันซะเลยเน๊าะ…. เรื่องนี้แบบว่า… เป็นเรื่องที่เราไม่ได้เจอเอง มัวแต่นอนหลับอุตุ เลยชวดของดีไปเลย (ก็ดีที่ชวด ฮุ ฮุ ^.^) เป็นเรื่องที่คุณม่ามี๊กับคุณพี่สาวกับคุณลูกพี่ลูกน้องเป็นคนเจอ… ไม่สิ… เจอไม่้ได้เน๊าะ เพราะไม่ได้มาให้เห็นเป็นตัวเป็นๆ โผล่แค่เสียง ต้องเรียกว่าเป็นคนได้ยินต่างหาก (แค่เสียงก็หลอนได้แล้ว) เรื่องของเรื่องก็สืบเนื่องมาจากหลวงลุงท่าน… ที่เคยเล่าถึงอ่ะนะคะ คือตอนที่หลวงลุงมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านเรา ที่กุฏิหลังเล็ก ท่านเป็นเกจิอ่านา… ก็มีลูกศิษย์ลูกหาตามมาตลอดให้คอยช่วยเหลือ มีคนมาให้หลวงลุงแก้กรรมด้วยบ่อยเชียว (ข้าเจ้าเองตอนเด็กๆ ตอนนั้นเคยไปเหยียบโดนตุ๊กตาเสียกบาลที่หลวงลุงท่านใช้แก้กรรมด้วย เลยผีเด็กชื่อไอ้แกละตามสิงเป็นเดือนเลย <<<มีอาการปวดท้องปวดหลังมากมาย <<ไอ้ผีเด็กมันมาเหยียบหลัง ปวดจะตายเลย T_T) แล้วทีนี้มีอยู่วันหนึ่ง หลวงลุงท่านทำพิธีแก้กรรมอยู่ดีๆ ก็หันมาบอกคุณม่ามี๊เราว่า “ต้นไม้ต้นนี้มีเทวดาอยู่ ที่กุฏินี่ก็มีกุมารอยู่ด้วย 2 องค์” ต้นไม้ต้นนี้ที่หลวงลุงพูดถึงก็คือต้นมะม่วงที่หลวงลุงท่านห้ามไม่ให้คุณป้า ตัดตั้งแต่ตอนแรกที่สร้างกุฏินี่แหล่้ะ พอหลวงลุงท่านอยู่ๆ ก็เล่ามางั้น คุณแม่เราก็แหม… ชอบเรื่องแบบนี้ตัวยงเลยล่ะแม่เรา ซึ่งก็พอได้ยินจากที่หลวงลุงท่านบอก ม่ามี๊ซังก็รีบถามต่อใหญ่เลยว่าเทวดาท่านเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย นุ่งห่มสีอะไร ถามไปทำไม…? <<< แน่นอน ถ้าเป็นเรานี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ต้นไม้มีเทวดาใช่ไหม เออ… ก็ดี จะได้คุ้มครองบ้าน << แค่นั้นแหล่ะ จบข่าว <<<ถ้าเป็นเราอ่ะนะ แต่กับคุณม่ามี๊นี่ไม่ใช่ เรื่องแบบนี้นี่เรื่องใหญ่ ต้องซักต้องถามให้ได้ใจความ รู้แล้วต้องรู้ให้ลึก รู้ให้จริง ซึ่งหลวงลุงท่านก็ทราบเลยตอบคุณมารดาแต่โดยดีว่า “รุกขเทวดาที่ต้นไม้นี้มีอยู่สององค์ เป็นนางไม้ผู้หญิงหนึ่งองค์ เทวดาผู้ชายหนึ่งองค์ องค์ผู้หญิงท่านนุ่งห่มสีแดง องค์ผู้ชายท่านนุ่งห่มสีขาวกับเขียว” เท่านั่นแหล่ะ!! พอรู้ปุ๊บ! แถมรู้ลึุก! รู้จริง! คุณมารดาก็ไม่รอช้าแล้ว รีบไปซื้อผ้ามาผูกพันต้นไม้เป็นการใหญ่ ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงอะไรนะ…. เอ๊ะ หรือมี!? ก็นะ… ผูกเสร็จจุดธูปบอก อธิษฐานตามฟอร์มให้สมเป็นคนไทย “ขอโชคขอลาภด้วยนะคะ แม่ย่า” <<< นั่นแหล่ะ เหตุผล หึ หึ หึ และแล้ว… เหตุการณ์ทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้น!! (กรุณาอ่านเสียงซีเรียสๆ เพิ่มอรรถรส^^) คืนนั้นยามดึกสงัด ทุกคนเข้านอนกันหมด อยู่ดีๆ พี่สาวก็ไปเคาะประตูห้องคุณแม่ (แบบว่า… เหตุการณ์จริงคือเรานอนอยู่ แต่ที่เล่าได้เพราะคือตอนเช้าคุณม่ามี๊เจ้ากรมข่าวลือขยายความต่อให้ฟังอีก ที) พอคุณม่ามี๊ออกมาดูพี่สาวคุณเธอขยี้ตาใหญ่เลย บอกคุณมารดาเราว่า “มีอะไรเข้าตาก็ไม่รู้ แสบไปหมดเลย” เป็ยอย่างนั้นคุณม่ามี๊ก็เลยช่วยแหกตาดูให้ แต่หาเหตุไม่เจอมองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ในตาเลย หาเท่าไหร่ๆ ก็ไม่เห็น และระหว่างนั้นเอง… “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า—–“ อยู่ๆ ก็เกิดเสียงหัวเราะดังขึ้นมาจากมาฟากฟ้า คุณแม่ท่านเล่าให้ฟังว่าเป็นเสียงหัวเราะที่ดังมาก แล้วก็ฟังดูน่ากลัวมากด้วย (แต่แม่เราเวลาเล่าอะไรชอบเค้าเพิ่มอ๊อฟชั่นล่ะ 5555) เสียงหัวเราะนั้นขึ้นก้องกังวาล “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า—–“ “ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า—–“ ดังติดต่อกันเป็นช่วงๆ ทั้งหมดสามครั้งด้วยกัน แต่ละครั้งเริ่มดังขึ้นจากบนท้องฟ้าแล้วค่อยๆ ลอยหายไปทางสามแยก ม่ามี๊กับคุณพี่สาวงงมาก หันไปมองนาฬิกาเวลาเกิด เหตุก็ตีสามตรงเป๊ะเด๊ะ ไม่มีขาดไม่มีเกิน เข็มสั้นอยู่เลขสาม เข็มยาวอยู่เลข 12 พร้อมด้วยเข็มวินาที แหม…อะไรเวลาจะตีสามตรงได้ขนาดน๊านนนน ก็ยังงงอยู่นะตอนนั้น (ม่ามี๊บอกว่ายังงงอยู่) เลยออกมามองหาที่มาของเสียงตรงระเบียงว่าคนนอกบ้านมีใครเล่นอะไรทำให้เกิด เสียงอย่างนี้รึเปล่า แต่ก็ไม่เห็นว่ามีอะไร พอดีที่ตรงข้ามบ้านเรามีปั๊มน้ำมันอยู่ด้วย คุณแม่ท่านมาดูที่ปั๊ม ก็เห็นว่าเด็กปั๊มทำงานกันปกติ ไม่มีใครแสดงท่าทีผิดปกติว่าทำเสียงดังหรือได้ยินเสียงดังอะไร พอเป็นอย่างนั้นคุณพี่กับคุณแม่ก็เลยงงๆ ได้แต่เก็บความงงเอาไว้ในใจจนถึงเช้า (พอเช้าแล้วงงออกเสียงด้วยการเล่าต่อให้คนอื่นฟังไปทั่ว) และสุดท้าย… ไอ้อะไรสักอย่างที่เข้าตาพี่สาวก็ยังคงอยู่ที่เดิม คุณแม่สรุปใจความว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าค่อยไปให้หมอดูก็แล้วกัน (ให้คุณหมอที่โรงพยาบาลดูนะ ไม่ใช่ไปหาหมอดูดวง^^) พอถึงตอนเช้า คุณป๊ะป๋าก็พาคุณพาพี่สาวไปโรงพยาบาล ก็เจอต้นตอของโรคล่ะ เพราะคุณหมอใช้คีมคีบของที่อยู่ในม่านตาของพี่สาวออกมาได้เป็นเศษพลาสติก เศษของสก็อตเทปชิ้นเล็กๆ ที่ไม่ทราบว่าติดเข้ามาได้อย่างไรในลูกกะตาคนเนี่ย เป็นเรื่องฝั่ง รพ. นะ ทางฝั่งบ้านเราคุณม่ามี๊ก็เที่ยวเสาะหาคนที่ได้ยินเสียงหัวเราะในยามค่ำคืน แต่ปรากฏว่าไม่มีสักคนเดียวที่ได้ยิน ม่ามี๊กะพี่สาวได้ยินแค่ 2 คนเท่านั้นเองหรือนั่น ก็พอดีว่าตอนนั้นมีลูกพี่ลูกน้องทางฝ่ายคุณแม่ที่มีศักดิ์เป็นพี่สาวของเรา บ้านเขาอยู่ใกล้ๆ กัน ก็อยู่ไปทางสามแยก เลยบ้านหลังเก่าหรือบ้านพิชัย (ที่เป็นป่าช้าเก่า) ไปเล็กน้อย ด้วยความเจือกอยากจะรู้เราเลยลองไปถามพี่เขาดูเพราะเห็นคุณมารดาเล่าว่า เสียงลอยมาทางสามแยก และแล้วความจริงก็ปรากฏ…. ปรากฏว่าพี่คนนั้นก็ได้ยินด้วยล่ะ เป็นงั้นเราเลยรีบไปบอกคุณม่ามี๊เลยว่า เนี่ยๆ พี่คนนี้เธอก็ได้ยิน เท่าน๊านนนนแหล่ะค่ะ คุณแม่ชัวร์ทันทีเลยว่าหูไม่ได้ฝาดไปเองแน่ ก็รีบไปถามหลวงลุงทันควันเช่นกันว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ได้รับคำตอบมาดังนี้ “อ้อ… ก็แม่ย่านางไม้ท่านน่ะสิ เอาผ้าไปผูกให้ท่านก็ดีใจ มาให้โชคให้ลาภ” ฮะแหม… พอรู้ว่ามาให้โชคให้ลาภไม่ให้ส้มตำกับน้ำตกล่ะก็นะ เข้าทางคุณแม่เลยทีนี้ คุณหญิงแม่ก็มาถอดสูตรเลขใหญ่ อืม… เสียงหัวเราะดังสามครั้ง ได้ยินกันสามคน เวลาตีสามตรงเป๊ะ แถมยังลอยลิ่วๆ ไปทางสามแยกอีก เสร็จโก๋ เอ๊ย! เสร็จม่ามี๊ คุณแม่ตีออกมาเลยคับ 300 และแล้ว… หวยงวดนั้นออก 300 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ถูกจริงๆ ด้วย เย้!!!! และแล้วเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นสามครั้ง เวลาตีสามตรงเป๊ะ ลอยลิ่วๆ ไปทางสามแยก ได้ยินกันสามคน ตีออกมาได้เลข 300 แต่มีคนถูกหวยแค่คนเดียว 55555 <<< ก็สามคนที่ได้ยินมีคนซื้อหวยแค่คนเดียวเองนีั่เน๊าะ ฮุ ฮุ ฮุ cr.renrengang.com

เรื่องสยอง
010 เรื่องเล่าสยอง เงาดำปริศนา ผีพุ่งปริศนา

วันก่อนคุยเรื่องผีถึงคุณผีเงาดำปริศนาแล้ว ก็ยังมีเรื่องของพี่ผีเงาดำปริศนามาฝากกันอีกค่ะ อิ อิ (ความจริงเรื่อง ผีตู้เย็น ที่เคยเล่าไปก็ฝีมือพี่เค้าเหมือนกันล่ะ 555+) แต่วันนี้เล่าสั้นๆ นิดๆ หน่อยๆ ก็แล้วกันเน๊าะ และเนื่องจากมันสั้นมาก โปรดใช้สติในการอ่านด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นกระพริบตาทีเดียวก็อาจจะจบเรื่องได้เลยล่ะ 55555 กลับไปที่บ้านหลังเก่าซึ่งเป็นป่าช้าเก่าอีกดีกว่า (บ้านหลังนี้ผีเยอะดี 555555) เล่าประสบการณ์ของพี่สาวคนโต… คนเดียว กับ ปธน. Ren Ren Gang อ่านะ ก็เป็นเรื่องสมัยที่คุณพี่สาวยังเรียนอยู่ชั้น ม.ต้น เวลาเกิดเหตุก็ปาเข้าไปประมาณตีหนึ่งตีสอง (พี่น้อง ดึกๆ ดื่นๆ ไม่หลับไม่นอนพอกัน) ตอนนั้นคุณพี่มีสำนึกดีของความเป็นนักเรียน อ่านหนังสือถึงดึกถึงดื่นอยู่ในห้องนั่งเล่นคนเดียว และแล้วเหตุการณ์ก็เริ่มต้นขึ้น……. ………ใส่เอฟเฟคเสียงสยองด้วย คุ คุ คุ ……………………………. ก็คือระหว่างที่คุณพี่สาวกำลังนั่งอ่านหนังสือนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าคนแรงๆ วิ่งขึ้นบันไดมา ไอ้คุณพี่สาวตกใจรีบหันไปมองทางประตู (ที่ตอนนี้ปิดประตูไม้ชั้นนอกเอาไว้แล้วด้วย) ว่ามีใครขึ้นมาหรือเปล่า (

เรื่องสยอง
009 เรื่องเล่าสยอง ผีในห้องน้ำหญิง

ความจริงแล้วเป็นเรื่องผีในโรงเรียนเพราะเหตุมันเกิดในห้องน้ำหญิงของโรงเรียนที่เราเคยเรียนตอน ม.ต้น… ม.1 เองอ่ะ อิ อิ (อยากบอกว่าห้องเรียนดันอยู่หน้าห้องน้ำซะงั้น บรรยากาศดีสุดๆ ) เรื่องนี้เหตุเกิดที่ห้องน้ำหญิงอันทรุดโทรมสุดๆ แถมโสโครกชนิดไม่ทราบว่ากระทรวงศึกษาปล่อยผ่านเอาไว้ได้ยังไง เนื่องจากมีผลต่อคุณภาพชีวิตนักเรียนมาก ชนิดที่ผู้เข้าจำต้องเลือกว่าระหว่างนิ่วกับเอดส์จะเลือกโรคอะไรกับห้องน้ำของโรงเรียนนั้น ส่วนเราเลือกแล้วค่ะ เพราะเรียนอยู่ที่นั่นเลยต้องเลือกแล้วว่าเป็นนิ่วท่าจะดีกว่าเป็นเอดส์ แต่ก็เลือกอีกว่าเป็นเอดส์ท่าจะดีกว่าขายหน้าเพื่อนๆ ในห้องเรียน เลยต้องจำใจไปเข้าห้องน้ำที่นั่น (อย่างเลี่ยงไม่ได้) ลักษณะของห้องน้ำที่นั่นก็ตามแบบฉบับทั่วๆ ไป คือจะมีอยู่หลายๆ ห้องเรียงติดกัน ประตูห้องน้ำเป็นประตูไม้ ด้านบนสุดเปิดโล่งไว้สักประมาณหนึ่งไม้บรรทัดได้ ไว้สำหรับเป็นส่วนระบายอากาศ ตอนนั้นเราเรียนๆ อยู่แล้วมันเกิดแบบว่า… เวลาคนเรามันจะปวดมันก็ไม่เลือกเวร่ำเวลาหรอกใช่ม๊า ถึงจะเรียนอยู่ก็ปวดได้ เลยขออนุญาตอาจาีรย์ไปเข้าห้องน้ำอาจารย์ก็ปล่อยเราไปแค่คนเดียว ก็ไม่อะไร เดินไปเข้าห้องน้ำ ไม่ได้เดินไปป่าช้า ไม่มีปัญหาอยู่แ้ล้ว ห้องน้ำอย่างที่บอก อยู่ใกล้กับห้องเรียนเรามาก แต่ทางเข้าห้องน้ำอ่ะ…. มันก็ไกลอยู่ เพราะมันเป็นห้องที่สร้างเรียงติดกันเป็นแนวลึกแล้วมีทางเข้าแค่ทางเดียว เนื่องจากว่าเด็จแม่เราอ่ะ คิดผิด ส่งเรามาเรียนโรงเรียนนี้เลยไม่มีทางเลือก แม้ทางเข้าจะไกล้ก็ต้องเดินไป ตอนที่เดินไปเข้าห้องน้ำก็แรดอีก… ห้องต้นๆ ตื้นๆ ก็ไม่เข้า เนื่องด้วยสุขลักษณะมันเป็นอย่างที่อธิบายไปอ่ะนะ เราก็เลยเลือกเดินไปห้องที่ลึกที่สุดเพราะน่าจะสะอาดที่สุด …

เรื่องสยอง
008 เรื่องเล่าผี ผู้หญิงกับเสื้อแดง

เป็นเรื่องจริง ที่ส่งเข้ามาจากคุณหม่อม คุณหม่อมเป็นคนไทย ที่ไปเรียนต่อที่เฉิงตู (成都) ประเทศจีน อยู่ที่นั่นมาปีกว่าได้แล้ว คุณหม่อมเล่าว่า.. เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เอง ผมไปหารุ่นพี่คนจีนที่หอ ซึ่งตอนนั้นพวกเขา กำลังปิดไฟนั่งเล่าเรื่องผีกันอยู่เลย ผมก็เข้าไปฟัง แต่ฟังไม่ออกหมดหรอกนะครับ แต่พอจับใจความได้รู้เรื่องอยู่.. เรื่องมีอยู่ว่า มีผู้หญิงคนนึงชื่อ ซู ซึ่งเป็นเพื่อนห่างๆ ของรุ่นพี่คนจีนที่เล่า ซูพักอยู่ที่หอพักแห่งหนื่ง เป็นตึก 30 ชั้น ทุกๆ ห้องจะมีราวตากผ้า ยื่นออกไปที่ระเบียง และจะมีตาข่ายกั้นเตี้ยๆ กันผ้าหล่น.. วันหนึ่งมีพายุเข้า ลมแรง และเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนออกไปเรียน แล้วทุกห้องก็มักจะตากผ้าทิ้งไว้ ลมก็พัดเอาเสื้อ จากห้องไหนก็ไม่รู้ ลงมาตกที่ระเบียงห้องของซู พอเลิกเรียนกลับมา ซูก็มาเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้ และก็มาเจอเสื้อผู้หญิงสีแดงตัวหนึ่ง ตกอยู่ที่พื้น ซูซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะไปตามคืนเจ้าของที่ไหนได้ และอีกใจ ก็รู้สึกถูกใจเสื้อสีแดงตัวนี้ เลยเก็บไว้เอง เข้าตู้เสื้อผ้าไป.. จนเวลาผ่านไปกว่า 2 อาทิตย์ ช่วงนั้นเป็นช่วงตรุษจีน คนในหอพักส่วนมากก็กลับบ้านกันหมด …